top of page
ค้นหา

ทวีทรัพย์ ให้สินเชื่อสำหรับเจ้าของกิจการเท่านั้น

รูปภาพนักเขียน: taweesup0088
taweesup0088
19 ส.ค.
ยาว 1 นาที

สินเชื่อสำหรับเจ้าของกิจการเท่านั้น ต่างจากสินเชื่อทั่วไปอย่างไร?

การทำธุรกิจไม่ใช่แค่เรื่องของยอดขาย แต่เป็นเรื่องของ “จังหวะเงิน” ด้วย

บางเดือนมีออเดอร์เข้ามาพร้อมกันหลายราย แต่ต้องซื้อวัตถุดิบก่อน บางช่วงต้องจ่ายค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าเช่า หรือค่าใช้จ่ายประจำ ทั้งที่รายได้จากลูกค้ายังไม่เข้าบัญชี หรือบางครั้งธุรกิจมาถึงจุดที่มีโอกาสขยาย แต่เงินสดในมือยังไม่พร้อมลงทุน

นี่คือเหตุผลที่ สินเชื่อสำหรับเจ้าของกิจการ เข้ามามีบทบาทมากกว่าการเป็นเพียง “เงินกู้”

สำหรับผู้ประกอบการ เงินทุนที่เหมาะสมควรเป็นเงินที่นำไปใช้ต่อยอดกิจการได้จริง ไม่ว่าจะเป็นเงินทุนหมุนเวียน เพิ่มสต๊อก ซื้อวัตถุดิบ เสริมสภาพคล่อง รับงานใหม่ หรือขยายกำลังการผลิต

และสิ่งสำคัญคือ เจ้าของกิจการไม่ควรมองเพียงว่า “กู้ได้เท่าไร” แต่ควรถามตัวเองก่อนว่า

“เงินก้อนนี้จะช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างไร และธุรกิจสามารถบริหารภาระที่เกิดขึ้นได้หรือไม่?”

ทำไมเจ้าของกิจการจึงควรเลือกสินเชื่อที่เข้าใจธุรกิจ?

เจ้าของกิจการแต่ละคนไม่ได้ต้องการเงินด้วยเหตุผลเดียวกัน

ลองนึกภาพธุรกิจ 3 แบบ

ธุรกิจที่ 1 มีออเดอร์เข้ามามาก แต่ต้องซื้อสินค้าเข้าสต๊อกก่อน

ธุรกิจที่ 2 รับเหมางานได้เพิ่ม แต่ต้องสำรองค่าวัสดุและค่าแรงก่อนถึงจะเริ่มงานได้

ธุรกิจที่ 3 โรงงานมีคำสั่งซื้อเพิ่ม แต่กำลังการผลิตปัจจุบันใกล้เต็ม จึงต้องการเงินลงทุนเพื่อเพิ่มเครื่องจักร

ทั้ง 3 ธุรกิจ “ต้องการเงิน” เหมือนกัน แต่ เหตุผลในการใช้เงินไม่เหมือนกัน

นี่คือจุดที่เจ้าของกิจการควรให้ความสำคัญ

การเลือกสินเชื่อไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า

“ที่ไหนให้วงเงินเยอะที่สุด?”

แต่ควรเริ่มจาก

“ธุรกิจของเราต้องใช้เงินเพื่ออะไร?”

เมื่อรู้คำตอบแล้วจึงค่อยเลือกประเภทสินเชื่อ ระยะเวลา และวงเงินที่เหมาะสม

สินเชื่อสำหรับเจ้าของกิจการควรใช้กับอะไร?

ก่อนขอสินเชื่อ เจ้าของกิจการควรเขียนให้ชัดว่าเงินที่จะได้รับจะถูกนำไปใช้กับอะไร

ตัวอย่างเช่น

ต้องการเงินเพื่อซื้อสินค้า

→ ควรคำนวณว่าสินค้าต้องใช้เงินเท่าไร และหมุนกลับมาเป็นเงินสดประมาณเมื่อใด

ต้องการเงินเพื่อรับงานใหม่

→ ควรประเมินต้นทุนของงานและกระแสเงินสดระหว่างโครงการ

ต้องการเงินเพื่อขยายกิจการ

→ ควรคำนวณว่าการขยายจะเพิ่มรายได้หรือกำลังการผลิตได้มากน้อยเพียงใด

ต้องการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง

→ ควรวิเคราะห์ว่าช่องว่างระหว่างรายรับและรายจ่ายเกิดขึ้นช่วงใด

แนวคิดนี้เรียกว่า “กู้ให้ตรงกับวัตถุประสงค์”

เพราะสินเชื่อที่ดีไม่ใช่สินเชื่อที่ได้เงินมากที่สุด แต่คือสินเชื่อที่นำเงินไปใช้แล้วช่วยให้กิจการบริหารเงินได้ดีขึ้น

ทวีทรัพย์มองสินเชื่อสำหรับเจ้าของกิจการอย่างไร?

สำหรับ ทวีทรัพย์ แนวคิดเรื่องสินเชื่อสำหรับเจ้าของกิจการไม่ได้ควรจบอยู่ที่คำว่า “มีเงินให้กู้”

แต่ควรมองไปถึง ความต้องการจริงของธุรกิจ

เพราะเจ้าของกิจการแต่ละรายมีโครงสร้างธุรกิจแตกต่างกัน

ธุรกิจค้าขายอาจให้ความสำคัญกับสต๊อกสินค้า

ธุรกิจรับเหมาอาจให้ความสำคัญกับเงินหมุนระหว่างโครงการ

โรงงานอาจต้องใช้เงินกับเครื่องจักรและวัตถุดิบ

ธุรกิจขนส่งอาจมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง

ดังนั้น การพูดคุยเกี่ยวกับสินเชื่อควรเริ่มจากการทำความเข้าใจกิจการก่อนว่า

“ตอนนี้ธุรกิจกำลังติดตรงไหน?”

เมื่อรู้ปัญหาแล้วจึงค่อยพิจารณาว่าเงินทุนรูปแบบใดเหมาะสม

แนวทางนี้ช่วยให้เจ้าของกิจการไม่ต้องเลือกสินเชื่อจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่สามารถมองภาพรวมของธุรกิจได้มากขึ้น

ไม่มีหลักทรัพย์ หมายความว่าไม่สามารถขอสินเชื่อได้หรือไม่?

ไม่ควรสรุปแบบนั้น

การพิจารณาสินเชื่อขึ้นอยู่กับ เงื่อนไขของผู้ให้บริการ ประเภทสินเชื่อ คุณสมบัติของผู้ขอ และข้อมูลทางการเงินของกิจการ

สินเชื่อบางประเภทอาจพิจารณาโดยใช้หลักเกณฑ์ที่แตกต่างกัน และบางผลิตภัณฑ์อาจมีเงื่อนไขเกี่ยวกับหลักประกันหรือผู้ค้ำประกัน

ดังนั้น หากเจ้าของกิจการไม่มีหลักทรัพย์ สิ่งที่ควรทำไม่ใช่การคิดทันทีว่า “กู้ไม่ได้”

แต่ควรสอบถามว่า

มีสินเชื่อรูปแบบใดที่เหมาะกับลักษณะกิจการและเงื่อนไขของเราบ้าง?

นี่เป็นเหตุผลที่การพูดคุยกับผู้ให้บริการที่เข้าใจสินเชื่อธุรกิจจึงมีประโยชน์

เจ้าของกิจการควร “กู้เพื่อสร้าง” ไม่ใช่ “กู้เพื่ออุด”

นี่เป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการ

สินเชื่อสามารถมีบทบาทได้ทั้งสองแบบ

กู้เพื่อสร้าง

เช่น

  • ซื้อเครื่องจักรเพื่อเพิ่มกำลังผลิต

  • ซื้อสินค้าเพื่อรองรับออเดอร์

  • เพิ่มสต๊อกสินค้าที่ขายได้จริง

  • รับโครงการใหม่

  • ขยายช่องทางการขาย

เงินที่กู้เข้ามามีเป้าหมายเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ

กู้เพื่ออุด

คือการกู้เพื่อนำเงินไปปิดปัญหาเดิม โดยที่ยังไม่รู้ว่าปัญหากระแสเงินสดเกิดจากอะไร

ถ้าเป็นแบบนี้ เจ้าของกิจการควรหยุดวิเคราะห์ก่อนว่า

“ทำไมเงินไม่พอ?”

เพราะถ้าสาเหตุเดิมยังอยู่ การเพิ่มเงินทุนเพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

เทคนิควางแผนสินเชื่อแบบเจ้าของกิจการมืออาชีพ

ลองแบ่งเงินที่ต้องการออกเป็น 3 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1: เงินสำหรับ “หมุน”

ใช้กับสิ่งที่ซื้อมาแล้วสามารถเปลี่ยนกลับเป็นรายได้หรือเงินสดได้ เช่น สินค้า วัตถุดิบ หรือค่าใช้จ่ายระหว่างการดำเนินงาน

กลุ่มที่ 2: เงินสำหรับ “สร้าง”

ใช้กับสิ่งที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพของธุรกิจ เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์ หรือการขยายกิจการ

กลุ่มที่ 3: เงินสำหรับ “สำรอง”

ใช้รับมือกับช่องว่างของกระแสเงินสดหรือเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง

เมื่อแบ่งเงินออกเป็น 3 กลุ่ม เจ้าของกิจการจะเห็นชัดขึ้นว่า ตัวเองต้องการสินเชื่อประเภทไหนและควรใช้เงินอย่างไร

สรุป: เจ้าของกิจการควรเลือกเงินทุนที่ “ไปกับธุรกิจ” ไม่ใช่แค่เงินที่ได้เร็ว

สำหรับเจ้าของกิจการ เงินทุนเป็นเหมือนเชื้อเพลิงของธุรกิจ แต่การเติมเชื้อเพลิงที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปก็ไม่ได้ทำให้รถเดินทางได้ดีที่สุด

สิ่งสำคัญคือ เติมให้ถูกจังหวะและเหมาะกับระยะทางที่กำลังจะไป

สินเชื่อสำหรับเจ้าของกิจการจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียง “เงินกู้” แต่ควรมองเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยบริหาร Cash Flow และสร้างโอกาสทางธุรกิจ

ก่อนตัดสินใจ เจ้าของกิจการควรถามตัวเองให้ครบว่า

ต้องการเงินไปทำอะไร?

ต้องการเท่าไร?

เงินจะสร้างรายได้หรือช่วยแก้ปัญหาอะไร?

และธุรกิจสามารถบริหารภาระที่เกิดขึ้นได้หรือไม่?

เมื่อมีคำตอบที่ชัดเจน การพูดคุยเรื่องสินเชื่อก็จะง่ายขึ้น และสามารถเลือกทางเลือกที่เหมาะกับสถานการณ์ของกิจการได้มากกว่าเดิม

ทวีทรัพย์ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับเจ้าของกิจการที่กำลังมองหาแหล่งเงินทุนสำหรับธุรกิจ โดยหัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงการหา “เงินให้ได้” แต่คือการหา แนวทางเงินทุนที่เหมาะกับโจทย์ของกิจการ และนำไปใช้เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างมีแผน

ธุรกิจที่วางแผนเงินเป็น ไม่ได้แค่มีเงินใช้ แต่รู้ว่าเงินแต่ละบาทควรทำหน้าที่อะไร

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page