top of page
ค้นหา

ธุรกิจSME แฟรนไชส์ เริ่มอย่างไรให้ไปต่อได้? วางแผนเงินทุนให้พร้อมก่อนขยายสาขา

รูปภาพนักเขียน: taweesup0088
taweesup0088
11 ก.ย.
ยาว 1 นาที

การเริ่มต้นธุรกิจในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องเริ่มจากศูนย์เสมอไป เพราะ ธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchise) เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำรูปแบบธุรกิจที่มีระบบ สินค้า หรือแนวทางการดำเนินงานที่กำหนดไว้แล้วมาปรับใช้กับพื้นที่ของตัวเอง

แต่คำว่า “มีแบรนด์พร้อม” ไม่ได้หมายความว่าการเปิดแฟรนไชส์จะไม่มีความเสี่ยง

สิ่งที่เจ้าของกิจการต้องคิดให้รอบด้านคือ เงินลงทุนไม่ได้จบแค่ค่าแฟรนไชส์

ยังมีค่าตกแต่งร้าน อุปกรณ์ สินค้าหรือวัตถุดิบ ค่าเช่า ค่าแรง ค่าการตลาด และที่สำคัญคือ เงินทุนหมุนเวียนในช่วงเริ่มต้น

ดังนั้น หากกำลังสนใจ ธุรกิจ SME แฟรนไชส์ คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ “แฟรนไชส์ไหนน่าลงทุน?” เพียงอย่างเดียว แต่ควรถามว่า

“เรามีเงินทุนและแผนบริหารธุรกิจพร้อมแค่ไหน หากยอดขายยังไม่เป็นไปตามที่คาด?”

ก่อนซื้อแฟรนไชส์ ต้องดูมากกว่า “ค่าแฟรนไชส์เท่าไร”

การตัดสินใจลงทุนโดยดูเพียงค่าแฟรนไชส์อาจทำให้คำนวณเงินทุนต่ำกว่าความเป็นจริง

ลองคิดต้นทุนเป็นภาพใหญ่

ค่าแฟรนไชส์ + ค่าเปิดร้าน + ค่าอุปกรณ์ + สินค้า + ค่าใช้จ่ายช่วงเริ่มต้น + เงินทุนหมุนเวียน

จากนั้นค่อยดูว่าเงินทุนของตัวเองเพียงพอหรือไม่

หากไม่พอ จึงค่อยพิจารณาทางเลือกด้านเงินทุนเพิ่มเติม

วิธีนี้ดีกว่าการเลือกแฟรนไชส์ก่อน แล้วค่อยมาหาเงินทีหลัง เพราะจะทำให้เห็นภาพธุรกิจตั้งแต่ต้น

6 เรื่องที่ควรเช็กก่อนลงทุนธุรกิจ SME แฟรนไชส์

1. ทำเลเหมาะกับธุรกิจหรือไม่?

ทำเลที่คนเยอะไม่ได้หมายความว่าจะขายดีเสมอไป

ต้องดูว่าเป็น “คนกลุ่มไหน” และคนกลุ่มนั้นตรงกับลูกค้าเป้าหมายหรือไม่

2. ต้นทุนจริงต่อเดือนเท่าไร?

อย่าคิดเฉพาะต้นทุนสินค้า

ควรรวมค่าใช้จ่ายประจำทั้งหมด เช่น ค่าเช่า ค่าแรง ค่าสาธารณูปโภค การตลาด และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

3. ยอดขายขั้นต่ำที่ต้องทำให้ได้คือเท่าไร?

ลองตั้งคำถามว่า

“ถ้าร้านต้องมีรายได้เท่านี้ต่อเดือน จึงจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด เราสามารถทำได้จริงหรือไม่?”

คำตอบนี้สำคัญกว่าการดูยอดขายของสาขาที่ประสบความสำเร็จเพียงอย่างเดียว

4. ต้องใช้เงินหมุนเวียนเท่าไร?

ช่วงแรกยอดขายอาจยังไม่คงที่

จึงควรมีแผนรองรับค่าใช้จ่ายระหว่างที่ธุรกิจกำลังสร้างฐานลูกค้า

5. เงื่อนไขของแฟรนไชส์เป็นอย่างไร?

ควรศึกษารายละเอียด เช่น ระยะเวลาสัญญา ค่าใช้สิทธิ์ เงื่อนไขการซื้อสินค้า การใช้แบรนด์ และข้อกำหนดอื่นๆ

6. หากยอดขายต่ำกว่าคาดจะทำอย่างไร?

นี่เป็นคำถามที่เจ้าของกิจการควรถามตัวเองก่อนลงทุน

ไม่ใช่เพื่อมองธุรกิจในแง่ลบ แต่เพื่อเตรียมแผนรับมือให้พร้อม

เงินทุนกับธุรกิจแฟรนไชส์: ทำไม “มีเงินก้อน” ยังไม่เพียงพอ?

สิ่งที่สำคัญกว่าการมีเงินลงทุน คือการมี โครงสร้างเงินที่เหมาะสม

ตัวอย่างเช่น

มีเงิน 1 ล้านบาท

หากนำทั้งหมดไปลงทุนกับการเปิดร้านจนแทบไม่เหลือเงินสด

แม้ร้านจะเปิดได้ แต่เมื่อมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นต่อเนื่อง เจ้าของกิจการอาจรู้สึกว่าเงินเริ่มตึงอย่างรวดเร็ว

ในทางกลับกัน หากมีการวางแผนแบ่งเงินสำหรับ

ลงทุน + หมุนเวียน + สำรอง

จะทำให้เห็นภาพการเงินของธุรกิจชัดขึ้น

นี่คือเหตุผลที่เจ้าของ SME ควรคิดเรื่อง Cash Flow ตั้งแต่ก่อนเปิดกิจการ

ทวีทรัพย์กับทางเลือกด้านเงินทุนสำหรับเจ้าของกิจการ

สำหรับเจ้าของธุรกิจที่กำลังมองหา สินเชื่อ SME หรือสินเชื่อเพื่อธุรกิจ ทวีทรัพย์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถนำมาศึกษาและเปรียบเทียบให้เหมาะกับสถานการณ์ของกิจการ

แนวคิดสำคัญคือไม่ควรเลือกสินเชื่อเพียงเพราะเห็นวงเงินสูงหรือขั้นตอนดูสะดวก แต่ควรพูดคุยและตรวจสอบรายละเอียดให้เหมาะกับลักษณะธุรกิจและวัตถุประสงค์ในการใช้เงิน

โดยเฉพาะผู้ประกอบการแฟรนไชส์ ควรแยกให้ชัดว่าเงินที่ต้องการเป็น

เงินลงทุนเริ่มต้น

หรือ

เงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินงาน

เพราะความต้องการของธุรกิจแต่ละช่วงอาจแตกต่างกัน

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของทวีทรัพย์ได้ที่ เว็บไซต์ทวีทรัพย์

ทั้งนี้ คุณสมบัติ วงเงิน อัตราดอกเบี้ย ค่าใช้จ่าย เอกสาร และเงื่อนไขต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับประเภทสินเชื่อและการพิจารณาของผู้ให้บริการ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนตัดสินใจ

ธุรกิจแฟรนไชส์ควรดู “จุดคุ้มทุน” มากกว่ายอดขาย

คำว่า ยอดขายดี ฟังดูน่าสนใจ

แต่สิ่งที่เจ้าของกิจการต้องการจริง ๆ คือ

ยอดขายที่เหลือเป็นกำไรหลังหักต้นทุน

ลองดูตัวเลขง่าย ๆ

หากร้านมียอดขาย 300,000 บาทต่อเดือน

ไม่ได้หมายความว่าจะมีกำไร 300,000 บาท

ยังต้องหักต้นทุนสินค้า ค่าแรง ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค ค่าการตลาด และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

ดังนั้นการวางแผนแฟรนไชส์ควรมองทั้ง

Revenue → Cost → Cash Flow → Profit

ไม่ใช่ดู Revenue เพียงตัวเดียว

SME แฟรนไชส์กับการบริหารเงิน: “โตเร็ว” ไม่สำคัญเท่า “โตแล้วอยู่รอด”

เจ้าของกิจการอาจรู้สึกตื่นเต้นเมื่อเห็นโอกาสเปิดสาขาใหม่

แต่ทุกสาขาที่เพิ่มขึ้นหมายถึง

ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น + เงินทุนที่ต้องใช้เพิ่ม + ความซับซ้อนในการบริหารที่มากขึ้น

ดังนั้นการเติบโตที่ดีควรเป็นการเติบโตที่ธุรกิจสามารถรับมือได้

บางครั้งการเปิด 1 สาขาแล้วบริหารได้ดี

อาจมีความหมายมากกว่าการเปิด 5 สาขาในเวลาเดียวกัน แต่ต้องเผชิญปัญหาเงินหมุนและการควบคุมต้นทุน

แล้วสินเชื่อทวีทรัพย์ควรเข้ามาอยู่ตรงไหนในแผนธุรกิจ?

มองง่าย ๆ ว่า สินเชื่อเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่เป้าหมาย

หากธุรกิจมีแผนชัดเจนอยู่แล้ว

มีลูกค้า

มีรายได้

มีระบบ

และมีความต้องการเงินทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน

สินเชื่อก็อาจเข้ามาเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยเสริมสภาพคล่องหรือรองรับแผนธุรกิจได้

แต่ก่อนตัดสินใจ เจ้าของกิจการควรประเมินภาระทั้งหมด รวมถึงต้นทุนของสินเชื่อและความสามารถในการชำระคืนอย่างรอบคอบ

สรุป: ธุรกิจ SME แฟรนไชส์จะไปได้ไกล ต้องไม่ได้มีแค่ “แบรนด์ดี” แต่ต้องมี “เงินพร้อม”

แฟรนไชส์อาจช่วยให้การเริ่มต้นธุรกิจมีระบบมากขึ้น แต่ความสำเร็จของแต่ละสาขายังขึ้นอยู่กับการบริหารของเจ้าของกิจการ

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญจึงไม่ใช่แค่

“แฟรนไชส์นี้ขายดีไหม?”

แต่ควรถามว่า

“ถ้าเป็นเรา เราบริหารให้ขายดีและมีเงินหมุนได้หรือไม่?”

ก่อนเริ่มธุรกิจ ควรดูทั้ง

  • เงินลงทุนเริ่มต้น

  • เงินทุนหมุนเวียน

  • ค่าใช้จ่ายประจำ

  • จุดคุ้มทุน

  • กระแสเงินสด

  • ความเสี่ยง

  • แผนสำรอง

  • ความสามารถในการชำระภาระทางการเงิน

หากต้องการเงินทุนเพิ่มเติม สินเชื่อ SME และสินเชื่อธุรกิจจากทวีทรัพย์ ก็สามารถนำมาเป็นหนึ่งในทางเลือกที่เจ้าของกิจการใช้ศึกษาและเปรียบเทียบได้

เพราะสุดท้ายแล้ว เป้าหมายของการหาเงินทุนไม่ใช่แค่ “เปิดร้านให้ได้”

แต่คือ

“เปิดแล้วมีเงินพอให้ธุรกิจเดินต่อ และมีพื้นที่ให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง”


 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page