สินเชื่อผู้ประกอบการรายใหม่

การเป็น ผู้ประกอบการรายใหม่ ในวันนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามเพียงว่า “จะขายอะไรดี?”
แต่คำถามที่สำคัญไม่แพ้กันคือ
“ถ้าเริ่มขายได้จริง ธุรกิจจะใช้เงินเท่าไรในแต่ละเดือน และเงินจะกลับเข้ามาเมื่อไร?”
หลายคนมีไอเดียดี มีสินค้าที่เชื่อว่าตลาดต้องการ มีช่องทางขายพร้อม และมองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้ แต่เมื่อเริ่มลงมือจริงกลับพบว่า ต้นทุนไม่ได้เกิดขึ้นแค่ตอนเปิดกิจการ
ยังมีค่าเช่าค่าสินค้าค่าวัตถุดิบค่าแรงค่าขนส่งค่าการตลาดค่าอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายจิปาถะอีกจำนวนมาก
นี่จึงเป็นเหตุผลที่การหา สินเชื่อผู้ประกอบการรายใหม่ ไม่ควรเริ่มต้นด้วยคำถามว่า “กู้ได้เท่าไร?”
แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า
“เงินก้อนนี้จะทำให้ธุรกิจเดินไปถึงจุดที่สร้างรายได้ด้วยตัวเองได้อย่างไร?”
บทความนี้จะพาเจ้าของธุรกิจมือใหม่มองเรื่องสินเชื่อในมุมที่ต่างออกไป ตั้งแต่การวางแผนเงินก่อนเริ่มกิจการ ไปจนถึงการประเมินว่าควรใช้เงินทุนเมื่อไร และควรเตรียมตัวอย่างไรเมื่อต้องการขอสินเชื่อธุรกิจ
สินเชื่อผู้ประกอบการรายใหม่ คืออะไร?
สินเชื่อผู้ประกอบการรายใหม่ คือสินเชื่อที่ออกแบบหรือเปิดให้ผู้ประกอบการที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจสามารถขอเงินทุนเพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ผู้ให้บริการกำหนด เช่น ลงทุนในธุรกิจ ซื้ออุปกรณ์ จัดเตรียมสินค้า หรือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ผู้ประกอบการรายใหม่” ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนที่มีไอเดียธุรกิจจะสามารถกู้ได้ทันที
แต่ละสถาบันการเงินหรือผู้ให้บริการสินเชื่อมีเกณฑ์แตกต่างกัน ทั้งเรื่องอายุธุรกิจ รายได้ เอกสาร หลักประกัน ประวัติทางการเงิน และความสามารถในการชำระคืน
ตัวอย่างเช่น สินเชื่อสำหรับธุรกิจใหม่ของ SCB ที่ประกาศอยู่ในปัจจุบัน กำหนดกลุ่มผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจมาแล้ว 6 เดือนแต่ไม่ถึง 3 ปี ขณะที่สินเชื่อ Start-Up ของออมสินมีเกณฑ์สำหรับผู้ประกอบการในระยะเริ่มต้นโดยเฉพาะ
ดังนั้นคำว่า “ผู้ประกอบการรายใหม่” จึงควรตรวจสอบนิยามและคุณสมบัติของสินเชื่อแต่ละแห่งก่อนสมัครเสมอ
เอกสารสำคัญกว่ากระดาษ เพราะมันคือ “เรื่องราวของธุรกิจ”
ผู้ประกอบการรายใหม่อาจกังวลว่า
“เพิ่งเปิดกิจการ จะมีประวัติธุรกิจอะไรให้ดู?”
แต่ลองเปลี่ยนมุมมอง
เอกสารต่าง ๆ ไม่ได้มีหน้าที่เพียงเพื่อ “ยื่นกู้”
แต่ช่วยทำให้ผู้พิจารณาเห็นภาพว่า
ธุรกิจของคุณมีที่มาอย่างไร และกำลังจะเดินไปทางไหน
ตัวอย่างข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้องกับการพิจารณาสินเชื่อ ได้แก่
เอกสารแสดงตัวตน
เอกสารเกี่ยวกับการจดทะเบียนธุรกิจ
รายการเดินบัญชี
หลักฐานรายได้
เอกสารเกี่ยวกับสถานประกอบการ
ข้อมูลต้นทุน
แผนการใช้เงิน
ทั้งนี้เอกสารที่ต้องใช้จริงขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและประเภทสินเชื่อ
สินเชื่อผู้ประกอบการรายใหม่ควรเลือกจากอะไร?
อย่าเลือกจากคำว่า “วงเงินสูง” เพียงอย่างเดียว
ให้ลองเปรียบเทียบ 6 เรื่อง
สิ่งที่ควรดู | คำถามที่เจ้าของกิจการควรถาม |
วัตถุประสงค์ | เงินนี้ใช้กับอะไรได้บ้าง? |
วงเงิน | เพียงพอกับความจำเป็นจริงหรือไม่? |
ดอกเบี้ย | คิดอย่างไร? |
ค่าธรรมเนียม | มีค่าใช้จ่ายอื่นหรือไม่? |
ระยะเวลาชำระ | ธุรกิจมีเงินพอชำระตามกำหนดหรือไม่? |
หลักประกัน/เงื่อนไข | ต้องใช้หลักประกันหรือมีเงื่อนไขอะไร? |
เงื่อนไขสินเชื่อของแต่ละผู้ให้บริการแตกต่างกันอย่างชัดเจน เช่น ผลิตภัณฑ์สำหรับธุรกิจใหม่ของ SCB มีทั้งรูปแบบ OD และเงินกู้ระยะยาว ขณะที่ผลิตภัณฑ์ Start-Up ของออมสินก็มีเกณฑ์สำหรับธุรกิจระยะเริ่มต้นโดยเฉพาะ
ดังนั้น อย่าตัดสินใจจากชื่อสินเชื่อเพียงอย่างเดียว
ทวีทรัพย์กับสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่
สำหรับคนที่กำลังเริ่มต้นทำธุรกิจ ทวีทรัพย์ เป็นอีกหนึ่งชื่อที่สามารถนำมาใช้เป็นตัวเลือกในการศึกษาสินเชื่อเพื่อธุรกิจได้ โดยเว็บไซต์ทวีทรัพย์มีการนำเสนอสินเชื่อสำหรับเจ้าของกิจการและธุรกิจหลายรูปแบบ
แต่สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการถามว่า
“ทวีทรัพย์ให้กู้เท่าไร?”
ควรถามต่อว่า
ธุรกิจของเราตรงกับคุณสมบัติหรือไม่
ต้องเตรียมเอกสารอะไร
เงินทุนมีวัตถุประสงค์อะไร
วงเงินที่เหมาะสมควรอยู่ประมาณไหน
เงื่อนไขการชำระเป็นอย่างไร
ต้นทุนทั้งหมดของสินเชื่อเป็นเท่าไร
รายได้ของธุรกิจสามารถรองรับภาระได้หรือไม่
เพราะสินเชื่อที่เหมาะสมควรเป็นสินเชื่อที่ เข้ากับจังหวะของธุรกิจ ไม่ใช่เพียงสินเชื่อที่มีวงเงินมากที่สุด
หากสนใจสินเชื่อกับทวีทรัพย์ ควรสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์และเงื่อนไขล่าสุดโดยตรงก่อนสมัคร เนื่องจากคุณสมบัติและรายละเอียดของสินเชื่อสามารถแตกต่างกันตามประเภทผลิตภัณฑ์และช่วงเวลา
สรุปสินเชื่อผู้ประกอบการรายใหม่
สินเชื่อผู้ประกอบการรายใหม่ ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียง “เงินสำหรับคนที่อยากเปิดธุรกิจ”
แต่ควรมองว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่ต้องเลือกให้สอดคล้องกับ จุดเริ่มต้นของธุรกิจ วัตถุประสงค์ในการใช้เงิน Cash Flow และความสามารถในการชำระคืน
ก่อนสมัคร ควรตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้
ธุรกิจขายอะไร?
ลูกค้าคือใคร?
ต้องใช้เงินเท่าไร?
เงินจะถูกนำไปใช้กับอะไร?
ธุรกิจจะสร้างรายได้จากเงินก้อนนี้อย่างไร?
เงินจะกลับมาเมื่อไร?
ถ้ารายได้ต่ำกว่าที่คาด จะยังชำระภาระได้หรือไม่?
สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาแหล่งเงินทุน ทวีทรัพย์ สามารถเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่นำมาเปรียบเทียบได้ แต่ควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์ คุณสมบัติ เอกสาร อัตราดอกเบี้ย ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขล่าสุดกับผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจ
เพราะสุดท้ายแล้ว
ธุรกิจใหม่ไม่ได้ต้องการแค่ “เงินก้อนแรก” แต่ต้องการแผนการเงินที่พาธุรกิจจากวันเริ่มต้นไปสู่วันที่สามารถยืนได้ด้วยตัวเอง






ความคิดเห็น