top of page
ค้นหา

สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME เงินทุนที่ควรมีแผน ก่อนให้เงินทำงานแทนเจ้าของกิจการ

รูปภาพนักเขียน: taweesup0088
taweesup0088
21 ก.ย.
ยาว 2 นาที

สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME คือแหล่งเงินทุนที่ผู้ประกอบการสามารถนำมาพิจารณาเพื่อสนับสนุนกิจกรรมของธุรกิจ เช่น การดำเนินงาน การเสริมสภาพคล่อง การลงทุน หรือการขยายกิจการ ทั้งนี้รูปแบบสินเชื่อและเงื่อนไขจะแตกต่างกันไปตามผู้ให้บริการและผลิตภัณฑ์

ในทางปฏิบัติ เงินทุนแต่ละประเภทมี “หน้าที่” ไม่เหมือนกัน

เงินสำหรับซื้อวัตถุดิบ

ไม่เหมือน

เงินสำหรับซื้อเครื่องจักร

และเงินสำหรับรองรับช่วงที่ลูกค้ายังไม่ชำระเงิน

ดังนั้นการเริ่มต้นจากคำว่า “ต้องการเงิน” อาจกว้างเกินไป

เจ้าของกิจการควรเริ่มจาก

“ธุรกิจกำลังขาดอะไร?”

แล้วจึงค่อยพิจารณาว่าเงินทุนรูปแบบใดเหมาะกับสถานการณ์นั้น

มุมใหม่ที่เจ้าของ SME ควรรู้: เงินทุกบาทในธุรกิจควรมี “หน้าที่”

ลองจินตนาการว่าธุรกิจหนึ่งมีเงินทุนอยู่ 1 ล้านบาท

ถ้าเจ้าของกิจการมองว่าเป็นเพียง “เงิน 1 ล้านบาท”

อาจไม่เห็นว่าควรบริหารอย่างไร

แต่ถ้าแบ่งตามหน้าที่ เงินก้อนเดียวกันอาจกลายเป็น

  • เงินสำหรับสินค้า

  • เงินสำหรับค่าใช้จ่าย

  • เงินสำหรับการลงทุน

  • เงินสำหรับสำรอง

  • เงินสำหรับโอกาสใหม่

ทันทีที่เงินมีหน้าที่ เจ้าของกิจการจะเริ่มมองเห็นว่า

เงินส่วนไหนควรใช้เร็ว

เงินส่วนไหนควรเก็บไว้

เงินส่วนไหนควรนำไปสร้างรายได้

และ เงินส่วนไหนไม่ควรนำมาใช้ปะปนกัน

นี่คือแนวคิดที่สามารถนำมาใช้ก่อนพิจารณา สินเชื่อ SME

“แผนผังเงิน 4 ช่อง” วิธีคิดสินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME แบบใหม่

ก่อนยื่นสินเชื่อ ลองแบ่งความต้องการเงินของธุรกิจออกเป็น 4 ช่อง

ช่องที่ 1: เงินเพื่อให้ธุรกิจ “เดิน”

เป็นค่าใช้จ่ายที่ทำให้กิจการดำเนินต่อในแต่ละวัน

เช่น

  • ซื้อวัตถุดิบ

  • ซื้อสินค้า

  • ค่าขนส่ง

  • ค่าแรง

  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

เงินกลุ่มนี้มีลักษณะสำคัญคือ ใช้แล้วต้องหมุนกลับเข้ามาในธุรกิจ

ช่องที่ 2: เงินเพื่อให้ธุรกิจ “โต”

เป็นเงินที่นำไปสร้างความสามารถใหม่ให้กับกิจการ

เช่น

  • เพิ่มเครื่องจักร

  • เพิ่มอุปกรณ์

  • ขยายพื้นที่

  • เพิ่มกำลังการผลิต

  • เปิดช่องทางขายใหม่

เงินกลุ่มนี้ไม่ได้จำเป็นต้องสร้างรายรับกลับมาในทันที แต่ควรมีแผนว่าการลงทุนจะช่วยธุรกิจอย่างไร

ช่องที่ 3: เงินเพื่อให้ธุรกิจ “รับมือ”

เป็นเงินสำหรับสถานการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ทั้งหมด

เช่น ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกะทันหัน หรือช่วงที่กระแสเงินสดมีช่องว่าง

แนวคิดสำคัญคืออย่าใช้เงินทุนทั้งหมดจนธุรกิจไม่มีพื้นที่เหลือสำหรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

ช่องที่ 4: เงินเพื่อให้ธุรกิจ “คว้าโอกาส”

นี่คือเงินที่หลายคนมองข้าม

บางครั้งธุรกิจไม่ได้มีปัญหาเลย

แต่มีโอกาสใหม่เข้ามา เช่น

  • ได้ออเดอร์ขนาดใหญ่

  • มีลูกค้ารายใหม่

  • มีโอกาสซื้อสินค้าราคาพิเศษ

  • มีช่องทางขายใหม่

  • ได้โครงการที่มีศักยภาพ

ปัญหาคือ โอกาสมาเร็วกว่าเงินสด

ในกรณีแบบนี้ เจ้าของกิจการอาจต้องพิจารณาว่าการใช้เงินทุนเพิ่มเติมเหมาะสมหรือไม่

อย่าเอา “วงเงินสูง” มาเป็นคำตอบของธุรกิจ

หนึ่งในกับดักของการเลือกสินเชื่อคือการมองว่า

วงเงินสูง = ดี

แต่สำหรับธุรกิจจริง สิ่งสำคัญกว่าคือ

วงเงินที่เหมาะกับการใช้งาน

หากธุรกิจต้องการเงิน 500,000 บาท แต่เลือกวงเงินสูงกว่านั้นเพียงเพราะสามารถขอได้ อาจทำให้เกิดภาระทางการเงินมากกว่าความจำเป็น

ในทางกลับกัน หากต้องการเงิน 500,000 บาทเพื่อรองรับออเดอร์ แต่มีเงินทุนไม่เพียงพอ ก็อาจทำให้ธุรกิจพลาดโอกาส

ดังนั้นคำถามจึงควรเปลี่ยนจาก

“ขอได้เท่าไร?”

เป็น

“ธุรกิจต้องใช้เท่าไรจริง?”

5 ตัวเลขที่เจ้าของ SME ควรรู้ก่อนขอสินเชื่อ

ไม่จำเป็นต้องเป็นนักบัญชี ก็สามารถเริ่มต้นจากตัวเลขพื้นฐานเหล่านี้ได้

1. รายรับต่อเดือน

ธุรกิจมีเงินเข้าประมาณเท่าไร?

2. ค่าใช้จ่ายประจำ

ในแต่ละเดือนต้องจ่ายอะไรบ้าง?

3. เงินที่ลูกค้ายังค้างจ่าย

มีเงินอยู่ในรูปของลูกหนี้การค้าเท่าไร?

4. สต๊อกที่ยังไม่กลายเป็นเงินสด

มีเงินจมอยู่กับสินค้าเท่าไร?

5. ภาระหนี้เดิม

ปัจจุบันธุรกิจมีภาระชำระอยู่เท่าไร?

เมื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาดูพร้อมกัน เจ้าของกิจการจะเห็นภาพมากกว่าการดูเพียงยอดขาย

ธุรกิจ SME แบบไหนอาจมีความต้องการเงินทุนแตกต่างกัน?

ธุรกิจค้าขาย

มักให้ความสำคัญกับสินค้าและสต๊อก

เงินทุนอาจเกี่ยวข้องกับการเตรียมสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ

ธุรกิจรับเหมา

อาจมีค่าใช้จ่ายก่อนรับเงินตามงวดงาน

จึงต้องมองเงินระหว่างโครงการ

ธุรกิจโรงงาน

อาจมีทั้งค่าเครื่องจักร วัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายในการผลิต

ธุรกิจขนส่ง

มีค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และอาจต้องลงทุนในรถหรืออุปกรณ์

ธุรกิจออนไลน์

อาจต้องใช้เงินกับสต๊อกสินค้า การตลาด และระบบหลังบ้าน

เพราะฉะนั้นคำว่า “สินเชื่อ SME” ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจทุกประเภทควรใช้เงินในรูปแบบเดียวกัน

สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME ไม่ควรเริ่มจาก “อยากกู้”

แต่ควรเริ่มจาก “อยากทำอะไร”

นี่เป็นวิธีคิดที่เจ้าของกิจการสามารถนำไปใช้ได้ทันที

ขั้นที่ 1: เขียนเป้าหมาย

เช่น

“ต้องการเงินเพื่อเพิ่มสต๊อก”

ขั้นที่ 2: คำนวณจำนวนเงิน

ไม่ใช่ประมาณแบบคร่าว ๆ แต่พยายามใช้ตัวเลขจริง

ขั้นที่ 3: ดูรอบเงิน

สินค้าใช้เวลาขายกี่วัน?

ลูกค้าจ่ายเงินเมื่อไร?

ขั้นที่ 4: ประเมินภาระ

หากมีสินเชื่อเพิ่ม ธุรกิจต้องจ่ายอะไรเพิ่มบ้าง?

ขั้นที่ 5: ตรวจสอบเงื่อนไข

ดูอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ระยะเวลาชำระ และข้อกำหนดอื่น ๆ

จากนั้นจึงค่อยเปรียบเทียบทางเลือก

ทวีทรัพย์เข้ามาช่วยตรงไหน?

สำหรับเจ้าของกิจการที่กำลังมองหา สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME ทวีทรัพย์เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการที่สื่อสารกับกลุ่มเจ้าของกิจการและธุรกิจหลายประเภท โดยเว็บไซต์มีข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อธุรกิจและกลุ่มกิจการต่าง ๆ ให้ผู้ประกอบการศึกษา

แต่สิ่งที่เจ้าของกิจการควรทำก่อนพูดคุยเรื่องสินเชื่อกับทวีทรัพย์ หรือผู้ให้บริการรายใดก็ตาม คือเตรียม “โจทย์ธุรกิจ” ของตัวเองให้ชัด

เช่น

“ผมทำธุรกิจอะไร และตอนนี้ต้องการเงินเพื่อแก้โจทย์อะไร?”

แทนที่จะเริ่มต้นด้วย

“มีวงเงินเท่าไร?”

เมื่อโจทย์ชัดขึ้น การพูดคุยเรื่องประเภทเงินทุน วงเงิน และเงื่อนไขต่าง ๆ ก็จะมีข้อมูลรองรับมากขึ้น

สามารถศึกษาข้อมูลบริการของทวีทรัพย์เพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ทวีทรัพย์

ทั้งนี้ รายละเอียดคุณสมบัติ วงเงิน อัตราดอกเบี้ย ค่าใช้จ่าย เอกสาร และเงื่อนไขการพิจารณาอาจแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์และผู้สมัคร จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจ

สินเชื่อ SME ที่ดี ไม่ได้วัดแค่ตอนอนุมัติ

วันที่ได้รับอนุมัติอาจเป็นวันที่เจ้าของกิจการรู้สึกว่า “หาเงินสำเร็จแล้ว”

แต่การใช้สินเชื่อที่ดีจริงๆ ต้องดูต่อจากนั้น

เดือนที่ 1: เงินถูกนำไปใช้อะไร?

เดือนที่ 2: ธุรกิจเริ่มเห็นผลอย่างไร?

เดือนที่ 3: เงินที่นำไปใช้สร้างรายได้หรือช่วยลดปัญหาได้จริงหรือไม่?

เดือนต่อ ๆ ไป: ธุรกิจสามารถบริหารภาระชำระได้ตามแผนหรือไม่?

นี่คือการเปลี่ยนมุมมองจาก

“สินเชื่อผ่านหรือไม่?”

เป็น

“หลังจากได้เงินแล้ว ธุรกิจดีขึ้นอย่างไร?”

สรุป: สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME ไม่ใช่แค่เรื่อง “หาเงิน” แต่คือการจัดวางเงินให้ถูกที่

ธุรกิจ SME ที่บริหารเงินได้ดี ไม่จำเป็นต้องเป็นธุรกิจที่มีเงินสดมากที่สุด

แต่อาจเป็นธุรกิจที่รู้ว่า

เงินก้อนไหนใช้ทำอะไร

เงินก้อนไหนควรเก็บ

เงินก้อนไหนต้องหมุน

และ

เงินก้อนไหนควรนำไปสร้างโอกาส

หากมองสินเชื่อในมุมนี้ การขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME จะไม่ใช่แค่เรื่องของการหาเงินมาเติมบัญชี

แต่เป็นเรื่องของการออกแบบ Financial Flow ให้สอดคล้องกับการเดินของธุรกิจ

สำหรับเจ้าของกิจการที่กำลังมองหาเงินทุนเพิ่มเติม ทวีทรัพย์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถนำมาศึกษาและสอบถามรายละเอียดให้เหมาะกับลักษณะกิจการได้ โดยควรพิจารณาเงื่อนไขและความสามารถในการชำระคืนควบคู่กันเสมอ

เพราะสุดท้ายแล้ว

สินเชื่อที่มีประโยชน์ ไม่ใช่เงินที่เข้าบัญชีมากที่สุด แต่คือเงินที่เข้ามาแล้วทำหน้าที่ได้ตรงกับสิ่งที่ธุรกิจกำลังต้องการ

และเมื่อเจ้าของกิจการรู้ว่าเงินแต่ละบาทควรทำหน้าที่อะไร การบริหารธุรกิจก็จะไม่ใช่แค่ “หาเงินให้ทัน” แต่กลายเป็น “วางเงินให้ธุรกิจเดินได้”



 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page